สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เชลซี ( 11 )

แชมป์ยุโรป 2 ถ้วย 2 ปีซ้อนและแชมป์เก่าที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (2011 – ปัจจุบัน)

ซีซั่น 2011-12 เป็นซีซั่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อพวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและเอาชนะสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกในการดวลจุดโทษ โดยพวกเขาเกือบจะแพ้เมื่อโทมัส มึลเลอร์โหม่งผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไป แต่ในนาทีที่ 88 ดิดิเยร์ ดร็อกบาก็โหม่งผ่านมานูเอล นอยเออร์ตีเสมอเป็น 1-1 และดวลจุดโทษเอาชนะ 4-3 และเป็นแชมป์ไปในที่สุด อีกทั้งยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้อีกสมัยด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศ แม้ในลีกจะจบเพียงที่6ก็ตาม ปีต่อมา ราฟาเอล เบนิเตซได้เข้ามาคุมทีมและคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกไปได้จากการเอาชนะสโมสรฟุตบอลไบฟีกา 2 ประตูต่อ 1 จากประตูชัยของ เฟร์นานโด ตอร์เรส และ บรานิสลาฟ อีวานอวิช ในปีต่อมาพวกเขาได้ดึงโชเซ มูรีนโยกลับมาคุมทีมอีกครั้ง แต่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยในปีแรก แต่ในปีต่อมาพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014–15 ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์แคปิตอลวันคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ไป 2-0 จากจอห์น เทอร์รี่และ เดียโก โกสตา

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เชลซี ( 10 )

และเป็นแมตช์ที่ผู้ตัดสินถูกครหาเกี่ยวกับการตัดสินในวันนั้นที่ดิดิเยร์ ดร็อกบา ถึงกับสาดน้ำลายด่าผู้ตัดสินออกการถ่ายทอดสดอย่างสนุกปาก ทำให้ยูฟ่าแบนเขาสามนัดด้วยกัน  แต่ก็ยังได้แชมป์เอฟเอคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันไป 2-1 จากประตูของดิดิเยร์ ดร็อกบาและแฟรงค์ แลมพาร์ดในปีต่อมา คาร์โล อันเชล็อตติได้มาคุมเชลซีแทนและได้แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 103 ประตูใน1ซีซั่น และยังป้องกันแชมป์เอฟเอคัพได้จากประตูสุดสวยของดิดิเยร์ ดร็อกบาจากการยิงฟรีคิกใส่สโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัทและชนะไป 1-0 ซีซั่น 2010-11 เป็นซีซั่นที่ดีในช่วงแรก แต่หลังจากเรย์ วิลกิ้นส์ ออกจากเชลซี รวมถึงการเป็นโรคไข้มาลาเรียของดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทำให้พวกเขาไม่ชนะถึงหกนัดติด ซึ่งรวมถึงการพ่ายสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์น้องใหม่ในปีนั้นด้วยสกอร์อัปยศ 0-3 อีกด้วย แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เก็บชัยชนะจนคว้าโควตาไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปีต่อมา

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย ยอดเงิน ต.เฉลิมชัย ( 2 )

ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 28 มกราคม พ.ศ. 2554 ชนะคะแนน เรย์ ลอริโต (ฟิลิปปินส์) ที่ วัดเขาทอง ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 4 20 กันยายน พ.ศ. 2554 ชนะคะแนน เพชรสกล เอฟเอกรุ๊ป ที่ จังหวัดกาญจนบุรี

 

เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ

ชิงแชมป์โลกรุ่นสตอร์วเวท WBC 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 แพ้ทีเคโอยก 1 คะซุโตะ อิโอะกะ (ญี่ปุ่น) ที่ เพอเฟคทรอล ยิมเนเซียม โอซะกะ

 

 

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย ยอดเงิน ต.เฉลิมชัย ( 1 )

ยอดเงิน ต.เฉลิมชัย หรือ ยอดเงิน ซีพีเฟรชมาร์ท มีชื่อจริงว่า วีรวุฒิ ยุติมิตร เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

เกียรติประวัติ

แชมป์โลกเยาวชนรุ่นสตรอว์เวท WBC (2553-)

ชิง 29 มกราคม พ.ศ. 2553 ชนะทีเคโอยก 4 เฮอรี่ โพโนโม (อินโดนีเซีย) ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ชนะทีเคโอยก 2 ริคกี้ ชารีล ฟาร์บัญโญ่ (อินโดนีเซีย) ที่ จังหวัดสระบุรี

ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 24 กันยายน พ.ศ. 2553 ชนะคะแนน เจตลี พูรีซีมา (ฟิลิปปินส์) ที่ โรงแรมสยามโซไซตี้โอเทลแอนด์รีสอร์ต แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

แชมป์มวยโลก ชาวไทย ฟ้าประกอบ รักเกียรติยิม ( 1 )

ฟ้าประกอบ รักเกียรติยิม ชื่อจริงว่า นายประหยัด ไสวงาม เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น เกิดเมื่อ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2518 สถิติการชก 55 ครั้ง ชนะ 51 (น็อค 34) แพ้ 4

ประวัติ

ฟ้าประกอบเริ่มต้นจากการชกมวยไทยตามเวทีมวยแถวบ้านเกิดในชื่อ ก้องอีสาน ศิษย์กุดเชือก แต่ส่วนใหญ่แล้วชกแพ้มากกว่าชนะ ฟ้าประกอบจึงเลิกชกแล้วเดินทางมาทำงานเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์กับพี่ชายในกรุงเทพฯเมื่อ พ.ศ. 2534 แต่เหมือนโชคชะตาลิขิตให้เป็นนักมวย ที่ทำงานในกรุงเทพฯของเขาอยู่ใกล้กับค่ายศิษย์กวนอิมของธวัชชัย เลิศธนากุลวัฒน์ เพื่อนๆจึงชวนฟ้าประกอบให้ลองเข้าไปซ้อมมวยในค่ายนั้น อรชุนน้อย ฮ.มหาชัย เทรนเนอร์ของค่ายศิษย์กวนอิมเห็นหน่วยก้านของฟ้าประกอบแล้วชอบใจจึงชักชวนให้เขาขึ้นชกมวยในชื่อใหม่ว่า ฟ้าประกอบ ศิษย์กวนอิม ตามชื่ออดีตนักมวยไทยชื่อดังชาวขอนแก่น ฟ้าประกอบ สิงห์สามเหลี่ยม

แชมป์มวยโลก ชาวไทย แซมซั่น กระทิงแดงยิม ( 10 )

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 28, 17 กันยายน 2542 ชนะน็อค เอเรียล ออสเตรีย (ฟิลิปปินส์) ยก 4 ที่ จ.นครศรีธรรมราช

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 29, 12 พฤศจิกายน 2542 ชนะน็อค ยก 5 โอเลก ไซโคลอฟ (รัสเซีย) ที่ จ.สระบุรี

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 30, 29 มกราคม 2543 ชนะน็อค ยก 1 ลี จินโฮ (เกาหลีใต้) ที่ ป.กุ้งเผา รัชดา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 31, 17 มีนาคม 2543 ชนะคะแนน โรเบอร์โต โมเรโน (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.ร้อยเอ็ด

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 32, 1 กรกฎาคม 2543 ชนะน็อค ยก 8 ราฟฟี่ ตลาดี้ (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.นครปฐม

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 33, 25 สิงหาคม 2543 ชนะน็อค ยก 4 โรเบอร์โต โมเรโน (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.สกลนคร

แชมป์มวยโลกชาวไทย ขวัญไทย ศิษย์หมอเส็ง ( 6 )

ในกลางปี พ.ศ. 2556 ขวัญไทย ได้รับเชิญจาก อิโอกะโปรโมชั่น ต้นสังกัดของคาซูโตะ อิโอกะ แชมป์โลกรุ่นไลต์ฟลายเวท WBA ให้เดินทางไปชกชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นนักมวยขึ้นชกแทนแชมป์โลกเฉพาะกาลชาวเปรู อัลเบอร์โต้ รอสเซล ที่ถอนตัวไป ปรากฏว่าขวัญไทยแพ้น็อกไปในยกที่ 7 ด้วยเวลา 2.17 นาที

ในกลางปี พ.ศ. 2558 ขวัญไทย ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในรุ่นไลท์ฟลายเวท WBA กับ ริวอิชิ ทะกะชิ เจ้าของตำแหน่งชาวญี่ปุ่น ขวัญไทยถูกชกล้มไปถึง 5 ครั้ง และถูกกรรมการจับแพ้ไปในต้นยกที่ 8

แชมป์มวยโลกชาวไทย ขวัญไทย ศิษย์หมอเส็ง ( 5 )

แต่เมื่อชกป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ โมฮัมหมัด รัชแมน อดีตแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) 2 สมัย ชาวอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ขวัญไทยเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 9 เสียแชมป์โลกไปในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกนี่เอง และขวัญไทยก็กลับมาเป็นแชมป์ WBA ASIA ในรุ่นไลท์ฟลายเวท ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555 เมื่อเป็นฝ่ายชนะน็อกยก 5 โดมี่ นีโน่เคบ้า นักมวยชาวอินโดนีเซียไปได้ในการชกที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ และป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 ด้วยการเอาชนะทีเคโอยก 2 เฮงกี้ เอลเลว นักมวยชาวอินโดนีเซีย ในวันที่ 22 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

แชมป์มวยโลกชาวไทย ฉัตรชัย สาสะกุล (5)

ฉัตรชัย ยังคงชกมวยต่อมา จนเมื่อต้นปี พ.ศ. 2540 ยูริ อาร์บาชาค็อฟต้องการแขวนนวม แต่ทางผู้จัดการยังต้องการให้ชกต่ออีกสักครั้ง ฉัตรชัยจึงได้ชิงแชมป์เฉพาะกาล (Interim Champion) ในรุ่นนี้ กับ อีซาเลียส ซามูดิโอ นักมวยชาวเม็กซิกัน และเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป และป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะพบกับ ยูริ อาร์บาชาค็อฟ อีกครั้งในปลายปี ซึ่งครั้งนี้ฉัตรชัยเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างขาดลอย จึงกลายเป็นแชมป์โลกตัวจริงไปทันที

แชมป์มวยโลกชาวไทย ฉัตรชัย สาสะกุล (4)

แชมป์โลกคนที่ 26

เมื่อฉัตรชัยได้เปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ ทางกลุ่มผู้สนับสนุนได้ตั้งเป้าหมายให้ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทกับ ยูริ อาร์บาชาค็อฟ แชมป์โลกชาวรัสเซีย ฉัตรชัยชกอุ่นเครื่องอยู่หลายครั้ง จนมีสถิติชกทั้งหมด 20 ครั้ง ไม่เคยแพ้ไม่เคยเสมอ เป็นการชนะน็อก 15 ครั้ง จึงได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวท WBC กับอาร์บาชาค็อฟ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 ถึงประเทศญี่ปุ่น การชกเป็นไปอย่างคู่คี่ แต่อาร์บาชาค็อฟออกหมัดได้จะแจ้งกว่าในยกท้าย ๆ จึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์