สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอริชซิตี ( 3 )

สโมสรฟุตบอลนอริช ซิตี้ ก่อตั้งขึ้นโดยการประชุมกันที่ คริเตเรียน คาเฟ่ (Criterion Cafe) นอริช เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 1902 และจากนั้นก็มีการประชุมย่อยอีกครั้งในวันที่ 2 กรกฎาคม 1902 โดยกลุ่มเพื่อนนำโดยอดีต 3 ผู้เล่นของนอริช ซีอีวายเอ็มเอส (Norwich CEYMS F.C. (CEYMS being an acroynm for Church of England Young Men’s Society) โรเบิร์ต เว็บสเตอร์, โจเซฟ คาวเปอร์และแบรด สเคลลี่[2][3] และได้เล่นแมทช์อย่างเป็นทางการครั้งแรกพบกับ ฮาร์วิชแอนด์พาร์คสตัน ที่สนามนิวมาร์เก็ต โรดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1902[4] และในปี 1905 ตามมติของคณะกรรมการเอฟเอ สโมสรก็ได้เปลี่ยนจากสโมสรสมัครเล่นกลายเป็นองค์กรอาชีพ

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอริชซิตี ( 2 )

ตั้งแต่ปี 1935 นอริชลงเล่นในรังเหย้าแคร์โรว์โรด และมีคู่ปรับตลอดกาลแห่งภาคตะวันออกของอังกฤษอย่างอิปสวิชทาวน์ ซึ่งแมทช์แข่งขันดังกล่าวถูกเรียกว่า “อีสต์แองเกลียนดาร์บี” ซึ่งนอริชก็เป็นผู้ชนะในหนล่าสุดที่ทั้งสองเจอกันและถูกเรียกว่า “ไพรด์ออฟแองเกลีย” (Pride of Anglia) เพลงเชียร์ของบรรดาแฟน ๆ ของนอริชมีชื่อว่า “ออนเดอะบอลซิตี” (On the Ball, City) ถือว่าเป็นเพลงเชียร์ฟุตบอลที่เก่าที่สุดในโลกด้วย

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ( 7 )

ฤดูกาล 2010-2011

วันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 สองวันหลังจากจบฤดูกาล 2009–10 เวสต์แฮมประกาศปลดโซลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม[6] ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2010 อัฟราม แกรนท์ ผู้จัดการทีมชาว อิสราเอล ได้ลงนามเซ็นสัญญาในการเป็นผู้จัดการทีมของเวสต์แฮมยูไนเต็ดด้วยสัญญา 4 ปี ถึงแม้จะได้แกรนท์มาคุมทีมแต่ก็ทำผลงานไม่ค่อยเข้าทีเข้าทางอย่างมั่นคงสักที ซึ่งเวสต์แฮมก็คงอยู่ใกล้โซนตกชั้นตลอด ในการแข่งขัน ลีกคัพ เวสต์แฮมได้สร้างความประทับใจด้วยการโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมถล่ม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไป 4-0 ในรอบแปดทีมสุดท้าย แต่รูปแบบเวสต์แฮมในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบของพวกเขาในสองถ้วยในประเทศ[9] ในลีกคัพรอบก่อนรองชนะเลิศเวสต์แฮมแพ้ให้กับเบอร์มิงแฮมซิตีไป 1-3 และส่วนในถ้วยเอฟเอคัพ เวสต์แฮมแพ้ให้กับสโต๊คซิตีไป 2-1 ในรอบแปดทีมสุดท้าย

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ( 6 )

ฤดูกาล 2009-2010

ในฤดูกาล 2009–10 เวสต์แฮมเริ่มต้นในการเปิดฤดูกาลได้อย่างสวยด้วยการชนะทืมน้องใหม่ที่พึ่งเลื่อนชั้นมาอย่าง วูลฟ์แฮมป์ตันวันเดอเรอส์ ไป 2-0 จากประตูของ มาร์ก โนเบิล ต่อมาเขาก็ได้รับตำแหน่งเป็นกัปตันทีมต่อจาก แมตทิว อัปสัน และในการแข่งขันลีกคัพที่พบกับอดีตคู่ปรับเก่าอย่าง มิลวอล ได้เกิดเหตุจลาจลรุนแรงเกี่ยวกับพื้นดินนอกเช่นเดียวกับการรุกรานสนามและปัญหาภายในฝูงชนอัพตันปาร์ค[4][5] ในเดือน สิงหาคม ค.ศ. 2009 ความกังวลทางการเงินของในบริษัทของไอซ์แลนด์เจ้าของ บริษัท คนปัจจุบันไม่สามารถที่จะให้ทุนใด ๆ จนกว่าทางสโมสรจะได้เจ้าของใหม่สปอนเซอร์ใหม่และพอผ่านได้ไม่ถึงเดือนก็ได้มีสปอนเซอร์อย่าง สโบเบ็ต ที่ได้เข้ามาสนับสนุนและได้เงินที่ได้เสริมงบนักเตะแล้วทางสโมสรได้ซื้อนักเตะตำแหน่งกองหน้าอย่าง อเล็สซานโดร เดียมานติ มาจาก ลิวอร์โน

 

เวสต์แฮมมีฤดูกาลที่ตกอับของพวกเขาเช่นกันด้วยการดิ้นรนหนีจากโซนตกชั้น แต่ในที่สุดพวกเขาก็รอดตกชั้นทั้งที่ที่เหลือการแข่งขันอีกสองเกม โดยการเอาชนะวีแกนแอธเลติก 3-2 สโมสรได้คะแนนทั้งหมด 35 คะแนนจากทั้งหมด 38 เกม

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี ( 23 )

“เรือใบสีฟ้า” ยังทำสถิติเก็บชัยชนะติดต่อกันมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก โดยทำได้ 18 นัดติดต่อกัน ซึ่งทำลายสถิติเดิมของเชลซี (อีกแล้ว) ที่เคยทำได้ 13 เกมติดต่อกัน ในซีซัน 2016-17

อีกสถิติที่แมนฯซิตี้ทำลายลงได้ก็คือ เก็บชัยชนะนอกบ้านได้มากที่สุด 16 นัด ทุบสถิติเก่าที่เชลซีเป็นเจ้าของ ซึ่งทำได้ 15 นัด เมื่อฤดูกาล 2004-05

เท่ากับว่าตอนนี้ แมนฯซิตี้เหลือแค่เป็นแชมป์แบบไร้พ่ายตลอดทั้งซีซัน พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปครองความยิ่งใหญ่เทียบเท่า “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ซึ่งเคยเป็นแชมป์ไร้พ่าย เมื่อซีซัน 2003-04

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี ( 22 )

ต้องบอกว่า การเป็นแชมป์ 100 แต้มของแมนฯซิตี้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นผลงานที่สุดยอดไร้เทียมทานจริงๆ และเชื่อว่าสถิตินี้จะอยู่ยง คงกระพันไปอีกนานเลยทีเดียว เพราะคงเป็นเรื่องยากที่จะมีทีมอื่นมาทำลายสถิตินี้ลงได้ นอกจากจะเก็บ 100 คะแนนแล้ว แมนฯซิตี้ยังยิงได้ถึง 106 ประตูอีกด้วย ซึ่งถือเป็นสถิติยิงประตูมากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติเดิมของเชลซีที่ทำไว้ 103 ประตู ในฤดูกาล 2009-10

 

ไม่เพียงแค่นั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังสร้างสถิติประดับวงการลูกหนังอังกฤษอีกมากมาย ทั้งเก็บชัยชนะได้ถึง 32 นัด มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ทุบสถิติเดิมของ “สิงห์บลู” ที่ทำไว้ 30 นัด เมื่อฤดูกาล 2016-17